จอห์น สไตน์เบ็ค กับ ฝันที่เกือบเป็นจริง
posted on 26 May 2012 17:44 by haruki13<< คำเตือน: บทความนี้อาจเปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของหนังสือ (Spoiler Alert)>>
ฮารุกิเคยอ่านหลังสือของสไตน์เบ็คมา 2 เล่มครับ คือ มหามุกดา (The Pearl) กับ เพื่อนยาก (Of Mice and Men) เล่มแรกนั้นถูกบังคับให้อ่านเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยเรียนมัธยม ส่วนเรื่องที่สองได้อ่านหลังจากเล่มแรกหลายปี ตอนที่ได้รู้ว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่เจ.เค.โรว์ลิ่ง ผู้เขียนแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ แนะนำให้อ่าน
ตอนที่อ่านเล่มแรกนั้น ยอมรับครับว่าอ่านจบลงด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจอะไรเลย จริงอยู่ครับ ฮารุกิรู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในเรื่องบ้าง แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตอนจบตัวละครเอกจึงตัดสินใจโยนไข่มุกลงทะเล ทั้งที่ได้ต่อสู้มาตลอดเรื่องเพื่อใช้ไข่มุกดังกล่าวนั้นนำไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างร้ายแรงก็ตาม เพราะจริงอยู่ว่าไข่มุกเม็ดนั้นเป็นตัวนำพาโศกนาฏกรรมเข้าสู่ครอบครัวของพระเอก แต่ท้ายสุดแล้วการทิ้งไข่มุกเม็ดนั้นไป ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เรื่องราวต่างๆ ย้อนกลับมาเป็นเหมือนเก่าได้ไม่ใช่หรือ
อดรู้สึกไม่ได้ครับว่า พระเอกของเรื่อง The Pearl และครอบครัวนั้นช่างเป็นผู้ที่ถูกกระทำเสียเหลือเกิน ทั้งจากพ่อค้าที่โกงเอาหน้าด้านๆ และหมอที่ไร้ซึ่งจรรยาบรรณ และในตอนนั้นก็ไม่เข้าใจเสียเลย ว่าสไตน์เบ็คต้องการบอกอะไร จริงอยู่ จุดเปลี่ยนในเรื่องนี้มีอยู่มากเหลือเกิน หากพระเอกเลือกที่จะขายไข่มุกให้กับพ่อค้าในหมู่บ้าน บางทีพระเอกก็คงจะสามารถกลับไปมีชีวิตเรียบง่ายแบบเดิม แต่นั่นก็หมายความว่า พระเอกควรจะยอมรับการกดราคาของไข่มุกหลายเท่าตัว ยอมรับชะตากรรมอย่างไม่มีปากมีเสียงอย่างนั้นหรือ
แต่พอฮารุกิเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากขึ้นแล้ว ฮารุกิก็มีโอกาสมองเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่งครับ...
และจากวันนั้นมา คำที่อยู่ในหัวของฮารุกิเมื่อนึกถึงเรื่อง The Pearl ก็คือ "ของบางอย่างก็ใหญ่เกินกว่าที่มือของรับจะรับไว้ได้"
และก็อีกเกือบปี ฮารุกิจึงมีโอกาสได้อ่าน Of Mice and Men ผลงานมีชื่ออีกเรื่องหนึ่งของสไตน์เบ็ค
หลังจากที่อ่านจบ สิ่งที่ดังก้องในหัวของฮารุกิก็คือ "สไตน์เบ็คนี่เป็นอะไรกับเรื่องแนว 'ฝันที่เกือบเป็นจริง' หรือเปล่านะ"
เพราะจากคนงมไข่มุกหาเช้ากินค่ำที่ได้พบกับมหามุกดาในเรื่อง The Pearl ในเรื่อง Of Mice and Men สไตน์เบ็คก็พาเราไปรู้จักกับชายชนชั้นกรรมมาชีพสองคน ที่ฝันว่าจะมีไร่นาเป็นของตัวเอง
ในขณะที่คนงมไข่มุกหวังว่า มหามุกดามูลค่ามหาศาล จะนำชีวิตที่ดีมาให้ ช่วยให้ลูกของเขาได้มีการศึกษาที่ดี ความฝันอยากมีไร่นาของชายกรรมชีพสองคน ก็เกือบจะเป็นจริงเมื่อได้พบกับคนงานชราพิการ
และมันก็เหมือนกันตรงที่ ความฝันทั้งสอง ไม่ได้เป็นความจริง
ตอนที่อ่าน Of Mice and Men นั้น ฮารุกิถูกกล่อมให้เชื่อว่า การที่จอร์จตัดสินใจจบชีวิตของเลนนี่ เพื่อให้เลนนี่ไม่ต้องตายอย่างทรมานจากลูกน้องของเคอร์ลี่นั้น เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว
แต่ฮารุกิก็ต้องมาสะดุด เมื่อพลิกย้อนกลับไปยังคำนำของบรรณาธิการ พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยกับตัวเองว่า
"เราเชื่อมั่นในความดีของมนุษย์น้อยเกินไปหรือเปล่า"
เพราะคุณประสิทธิ์ รุ่งเรืองรัตนกุล บรรณาธิการของหนังสือเล่มนี้ได้เขียนไว้ว่า "เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าท้ายสุดแล้ว ลูกน้องของเคอร์ลี่จะฆ่าเลนนี่อย่างทรมานจริงๆ จะเป็นไปไม่ได้เชียวหรือ ที่เคอร์ลี่กับลูกน้องจะยอมให้อภัย เพราะทุกคนต่างรู้ว่า เลนนี่นั้นมีสติปัญญาที่ไม่สมบูรณ์"
หรือว่านี่เป็นสิ่งที่สไตน์เบ็คต้องการจะทิ้งไว้ให้ผู้อ่านได้คิดจริงๆ
ฮารุกิเคยอ่านหลังสือของสไตน์เบ็คมา 2 เล่มครับ คือ มหามุกดา (The Pearl) กับ เพื่อนยาก (Of Mice and Men) เล่มแรกนั้นถูกบังคับให้อ่านเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสมัยเรียนมัธยม ส่วนเรื่องที่สองได้อ่านหลังจากเล่มแรกหลายปี ตอนที่ได้รู้ว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่เจ.เค.โรว์ลิ่ง ผู้เขียนแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ แนะนำให้อ่าน
ตอนที่อ่านเล่มแรกนั้น ยอมรับครับว่าอ่านจบลงด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจอะไรเลย จริงอยู่ครับ ฮารุกิรู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในเรื่องบ้าง แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตอนจบตัวละครเอกจึงตัดสินใจโยนไข่มุกลงทะเล ทั้งที่ได้ต่อสู้มาตลอดเรื่องเพื่อใช้ไข่มุกดังกล่าวนั้นนำไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างร้ายแรงก็ตาม เพราะจริงอยู่ว่าไข่มุกเม็ดนั้นเป็นตัวนำพาโศกนาฏกรรมเข้าสู่ครอบครัวของพระเอก แต่ท้ายสุดแล้วการทิ้งไข่มุกเม็ดนั้นไป ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เรื่องราวต่างๆ ย้อนกลับมาเป็นเหมือนเก่าได้ไม่ใช่หรือ
อดรู้สึกไม่ได้ครับว่า พระเอกของเรื่อง The Pearl และครอบครัวนั้นช่างเป็นผู้ที่ถูกกระทำเสียเหลือเกิน ทั้งจากพ่อค้าที่โกงเอาหน้าด้านๆ และหมอที่ไร้ซึ่งจรรยาบรรณ และในตอนนั้นก็ไม่เข้าใจเสียเลย ว่าสไตน์เบ็คต้องการบอกอะไร จริงอยู่ จุดเปลี่ยนในเรื่องนี้มีอยู่มากเหลือเกิน หากพระเอกเลือกที่จะขายไข่มุกให้กับพ่อค้าในหมู่บ้าน บางทีพระเอกก็คงจะสามารถกลับไปมีชีวิตเรียบง่ายแบบเดิม แต่นั่นก็หมายความว่า พระเอกควรจะยอมรับการกดราคาของไข่มุกหลายเท่าตัว ยอมรับชะตากรรมอย่างไม่มีปากมีเสียงอย่างนั้นหรือ
แต่พอฮารุกิเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากขึ้นแล้ว ฮารุกิก็มีโอกาสมองเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่งครับ...
และจากวันนั้นมา คำที่อยู่ในหัวของฮารุกิเมื่อนึกถึงเรื่อง The Pearl ก็คือ "ของบางอย่างก็ใหญ่เกินกว่าที่มือของรับจะรับไว้ได้"
และก็อีกเกือบปี ฮารุกิจึงมีโอกาสได้อ่าน Of Mice and Men ผลงานมีชื่ออีกเรื่องหนึ่งของสไตน์เบ็ค
หลังจากที่อ่านจบ สิ่งที่ดังก้องในหัวของฮารุกิก็คือ "สไตน์เบ็คนี่เป็นอะไรกับเรื่องแนว 'ฝันที่เกือบเป็นจริง' หรือเปล่านะ"
เพราะจากคนงมไข่มุกหาเช้ากินค่ำที่ได้พบกับมหามุกดาในเรื่อง The Pearl ในเรื่อง Of Mice and Men สไตน์เบ็คก็พาเราไปรู้จักกับชายชนชั้นกรรมมาชีพสองคน ที่ฝันว่าจะมีไร่นาเป็นของตัวเอง
ในขณะที่คนงมไข่มุกหวังว่า มหามุกดามูลค่ามหาศาล จะนำชีวิตที่ดีมาให้ ช่วยให้ลูกของเขาได้มีการศึกษาที่ดี ความฝันอยากมีไร่นาของชายกรรมชีพสองคน ก็เกือบจะเป็นจริงเมื่อได้พบกับคนงานชราพิการ
และมันก็เหมือนกันตรงที่ ความฝันทั้งสอง ไม่ได้เป็นความจริง
ตอนที่อ่าน Of Mice and Men นั้น ฮารุกิถูกกล่อมให้เชื่อว่า การที่จอร์จตัดสินใจจบชีวิตของเลนนี่ เพื่อให้เลนนี่ไม่ต้องตายอย่างทรมานจากลูกน้องของเคอร์ลี่นั้น เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว
แต่ฮารุกิก็ต้องมาสะดุด เมื่อพลิกย้อนกลับไปยังคำนำของบรรณาธิการ พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยกับตัวเองว่า
"เราเชื่อมั่นในความดีของมนุษย์น้อยเกินไปหรือเปล่า"
เพราะคุณประสิทธิ์ รุ่งเรืองรัตนกุล บรรณาธิการของหนังสือเล่มนี้ได้เขียนไว้ว่า "เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าท้ายสุดแล้ว ลูกน้องของเคอร์ลี่จะฆ่าเลนนี่อย่างทรมานจริงๆ จะเป็นไปไม่ได้เชียวหรือ ที่เคอร์ลี่กับลูกน้องจะยอมให้อภัย เพราะทุกคนต่างรู้ว่า เลนนี่นั้นมีสติปัญญาที่ไม่สมบูรณ์"
หรือว่านี่เป็นสิ่งที่สไตน์เบ็คต้องการจะทิ้งไว้ให้ผู้อ่านได้คิดจริงๆ
Tags: หนังสือ1 Comments







